
เมื่อ “ความศรัทธา” กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ในแต่ละวัน เราทุกคนต่างต้องเผชิญกับพายุของความคิดและภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง ยิ่งในยุคที่ความผันผวนทางเศรษฐกิจกลายเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ความกดดันจึงกลายเป็นเงาตามตัวที่ทำให้หลายคนเริ่มมองหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อให้สิ่งที่มุ่งหวังนั้นสำเร็จสมปรารถนา ท่ามกลางกระแสความวุ่นวายนี้เองที่ “พลังแห่งความเชื่อ” ได้ขยายบทบาทสู่การเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่สำคัญยิ่งขึ้น
ซึ่งคำว่า “สายมู” ที่เราคุ้นหูกันนี้ แท้จริงแล้วย่อมาจากคำว่า “มูเตลู” มีที่มาจากชื่อภาพยนตร์อินโดนีเซียเรื่อง Penangkal Ilmu Teluh (1982) ที่เคยสื่อถึงด้านมืดของการใช้มนต์ดำ แต่ปัจจุบันถูกนิยามใหม่ในสังคมไทยให้หมายถึงการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการเสริมสิริมงคลในเชิงบวก กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่เปลี่ยน “ความเชื่อ” ให้เป็น “มูลค่า” ทางธุรกิจอย่างน่าทึ่ง หากมองย้อนกลับไปในอดีต ภาพลักษณ์ของคำว่ามูเตลูมักผูกติดอยู่กับพิธีกรรมที่ดูลี้ลับ น่าเกรงขาม หรือบางครั้งถูกมองในแง่ลบว่าเป็นการทำคุณไสย แต่ในปัจจุบันเรากำลังอยู่ในยุคที่เกิดการเปลี่ยนผ่านความหมายอย่างสิ้นเชิง จากเรื่องที่เคยอยู่ “ใต้ดิน” ถูกยกระดับขึ้นมาให้มีความสว่างและความเป็นสากลมากขึ้น

พลิกโฉมความศรัทธา จากเรื่องลี้ลับสู่ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย
การบูชาในยุคใหม่ถูกปรับรูปแบบให้ “ซอฟต์” จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับหินมงคลดีไซน์มินิมอล วอลเปเปอร์มือถือ หรือการขอพรผ่านแอปพลิเคชัน ข้อมูลจาก สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ชี้ให้เห็นอินไซต์ที่น่าสนใจว่า พฤติกรรมการมูนั้นมีความแตกต่างกันไปตามโจทย์ชีวิตของคนแต่ละรุ่น
- Gen X มักเน้นการมูแบบดั้งเดิมอย่างการสวดมนต์และทำบุญ โดยให้ความสำคัญกับเรื่อง “สุขภาพ” มากที่สุด
- Gen Y พร้อมเปิดรับทุกความเชื่อเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว โดยมุ่งหวังผลลัพธ์ในเรื่อง “การเงินและการงาน” เป็นหลัก
- Gen Z กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ผลสำรวจจาก เอยูโพล (AU Poll) พบว่าเป็น “สายมู” สูงถึง 73.2% แต่กลับนิยมการ “มูแบบเนียนๆ” ผ่านแฟชั่นและชีวิตประจำวัน
โดยกลุ่ม Gen Z นี้เลือกมูเพื่อผลลัพธ์เรื่อง การเรียนเป็นอันดับหนึ่ง (73.7%) ตามด้วยเรื่องเงิน (60.7%) และใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงข้อมูลสูงถึง 86.2% สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนภาพจำ “ความน่ากลัว” ในอดีต ให้กลายเป็น “ความอุ่นใจ” ที่คนทุกรุ่นโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่สามารถแสดงออกและเข้าถึงได้โดยไม่รู้สึกเคอะเขินอีกต่อไป

ความอุ่นใจเหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าแค่ทางใจ แต่ได้กลายเป็นดัชนีชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เผยให้เห็นว่าธุรกิจในกลุ่มความเชื่อและศรัทธามีรายได้รวมของนิติบุคคลพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 มีมูลค่า พุ่งสูงถึง 227.89 ล้านบาท (เติบโต 52.92%) และมีอัตราการเติบโตของจำนวนการจดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 10-20% ต่อปี สอดคล้องกับงานวิจัยของ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ที่ระบุว่าคนไทยกว่า 75% มีความเชื่อในเรื่องพยากรณ์ศาสตร์และเครื่องราง โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่เข้าสู่วงการสายมูสูงถึง 1 ใน 3 ของกลุ่มผู้บริโภคทั้งหมด มูลค่ามหาศาลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในไทย แต่ยังแฝงอยู่ในภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ที่ดึงดูดเม็ดเงินหมุนเวียนหลักหมื่นล้านบาท โดยเฉพาะจาก “นักท่องเที่ยวจีน” ที่มีความเลื่อมใสในพระเครื่องและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของไทยอย่างมาก จนทำให้เกิดกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างจังหวัด “เชียงราย” ที่ยกระดับวัดและศิลปะให้กลายเป็นหมุดหมายระดับโลกที่ชาวจีนต้องเดินทางมาเยือน

เมื่อแบรนด์ใช้ Storytelling และ Faith Tech ชนะใจผู้บริโภค
เมื่อตลาดขยายตัว แบรนด์ต่างๆ จึงใช้กลยุทธ์ “มูketing” มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าผ่านการเล่าเรื่อง (Storytelling) อย่างมีชั้นเชิง เราจึงได้เห็นการปรับตัวของแบรนด์ตั้งแต่ระดับ SME ไปจนถึงองค์กรใหญ่ที่นำเสนอไอเทมและบริการที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกมิติของไลฟ์สไตล์ ดังนี้:
- การดูดวง (Fortune Telling): ครอบคลุมทั้งโหราศาสตร์ไทย ศาสตร์ตัวเลข ไพ่ยิปซี และไพ่ออราเคิล ซึ่งปัจจุบันมีทั้งการดูกับนักพยากรณ์โดยตรง และการใช้แอปพลิเคชันหรือโปรแกรมต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจในตัวสินค้า
- วัตถุมงคล/เครื่องราง (Amulets): เช่น ปีเซี๊ยะ หินมงคล พระประจำวันเกิด หรือตะกรุด โดยเน้นการออกแบบให้มีความเป็นแฟชั่น สวยงาม สวมใส่ง่ายในรูปแบบสร้อยข้อมือ แหวน หรือพกพาในรูปแบบการ์ด
- ตัวเลขและสีมงคล (Auspicious Numbers & Colors): การใช้พลังของตัวเลขในเบอร์โทรศัพท์หรือทะเบียนรถที่มีราคาสูงกว่าปกติ รวมถึงการนำสีมงคลมาผนวกเข้ากับสินค้าแฟชั่น เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า และของใช้ต่างๆ
- วอลเปเปอร์/เคสโทรศัพท์ (Digital Wallpaper): การเปลี่ยนหน้าจอสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ให้เป็นพื้นที่เสริมดวงด้วยรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือไพ่ทาโรต์ รวมถึงการใช้เคสโทรศัพท์ที่สื่อถึงความมงคล
- ฮวงจุ้ย (Feng Shui): ศาสตร์การจัดสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยและสำนักงาน ซึ่งปัจจุบันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นิยมนำมาใช้เป็นจุดขายหลักในการออกแบบบ้านและอาคารให้ตรงตามหลักความเชื่อเพื่อสร้างความสบายใจให้กับผู้อยู่
- ตัวอย่างที่เด่นชัดคือธุรกิจ Faith Tech เช่น แพลตฟอร์มดูดวงหรือเบอร์มงคลที่สามารถสร้างรายได้เติบโตหลายเท่าตัวในเวลาเพียงไม่กี่ปี และปัจจุบันกำลังขยายบริการไปรองรับลูกค้าต่างชาติผ่านแอปพลิเคชันที่รองรับหลายภาษา

โอกาสของไทยในการทำ “มูketing” สู่ใจชาวจีน
โอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยในวินาทีนี้คือการส่งออกศรัทธาสู่ “ตลาดจีน” ที่มีพื้นฐานความเชื่อสอดคล้องกับไทยอย่างแนบแน่น ปัจจุบันวัยรุ่นชาวจีนหันมานิยมการ “มู” อย่างหนักเพื่อขอพรเรื่องการงานและโชคลาภ เพื่อรับมือกับสภาวะสังคมที่แข่งขันสูงและกดดัน ส่งผลให้พระเครื่องและเครื่องรางไทยกลายเป็น Must-have Item ที่มีมูลค่าการเช่าบูชาในตลาดจีนรวมแล้วสูงถึงหลักพันล้านบาท
ความโดดเด่นที่น่าสนใจคือ การซื้อขายส่วนใหญ่เกิดขึ้นผ่านแพลตฟอร์ม WeChat ซึ่งกลายเป็นช่องทางหลักในการเชื่อมต่อศรัทธาข้ามพรมแดน โดยตลาดยังคงยึดถือมาตรฐานของไทยเป็นหลัก หากต้องการยืนยันว่าเป็นพระแท้จะต้องมีการออก “ใบรับรองพระแท้” จากสมาคมในประเทศไทยแล้วส่งไปยังเมืองจีน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เช่าบูชา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพในการเป็น Hub of Faith Tourism และเป็นศูนย์กลางความเชื่อและศรัทธาของโลกอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีบริการ “มูออนไลน์” เช่น การรับแก้บน-แก้ชง หรือการฝากทำพิธีที่วัดสำคัญในไทย ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการสร้างรายได้เข้าประเทศผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล
อนาคตของเศรษฐกิจสายมู
“มูketing” จึงไม่ใช่เพียงเทรนด์ที่ผ่านมาแล้วหายไป แต่คือกลยุทธ์ระยะยาวที่ตอบโจทย์ความต้องการลึกๆ ในใจมนุษย์ หากผู้ประกอบการไทยสามารถรักษาความสมดุลระหว่าง “ศรัทธา” “คุณภาพ” และ “จริยธรรม” ได้อย่างลงตัว เศรษฐกิจสายมูจะกลายเป็น New S-Curve ที่ไม่เพียงแต่เยียวยาใจคนในประเทศ แต่ยังเป็นอาวุธสำคัญที่ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณและการค้าในระดับสากล โดยเฉพาะการครองใจลูกค้าในตลาดมหาอำนาจอย่างจีนได้อย่างสง่างาม
ที่มา:
https://www.thairath.co.th/scoop/culture/2651061
https://today.line.me/th/v3/article/5yegnvK
https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1141770
https://www.marketingoops.com/reports/mutelu-muketing
https://brandage.com/article/36120
https://www.dbd.go.th/data-storage/attachment/f05d9927fb4277cd309d4053.pdf
https://mgronline.com/china/detail/9680000104352
เรียบเรียงโดย: ณัฐณิชา อติวัฒนชัย, ศูนย์ข้อมูลจีนเพื่อพัฒนาธุรกิจและการลงทุน
