ผู้เขียน: kkuchic
-

เศรษฐกิจดิจิทัล ไทย-จีน ทิศทางในอนาคตบนเส้นทางสายไหมแห่งนวัตกรรม
•
ในโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีกลายเป็นพรมแดนใหม่ของการพัฒนา ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและจีนภายใต้กรอบ “เส้นทางสายไหมดิจิทัล” (Digital Silk Road) ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างพันธมิตรเชิงนโยบายที่จับต้องได้จริง หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนี้เริ่มต้นจากฐานรากทางปัญญา ในฐานะ Innovation Hub ได้ทำบันทึกความร่วมมือกับองค์กรในจีนมากกว่า 60 ฉบับ เช่น โครงการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) ที่ใช้ AI เพิ่มผลผลิตร่วมกับ CAAS และห้องปฏิบัติการร่วมด้านเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากร ความร่วมมือเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรไทยก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล เมื่อหันไปมองฝั่งมหาอำนาจอย่างจีน จีนกำลังมุ่งหน้าสู่ “ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ” ในปี 2568 โดยอาศัยเทคโนโลยี 5G, IoT และ AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนี้ มี 10 กระแสสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยควรจับตามอง ซึ่งเป็นประตูโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 1. เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ (Experience Economy) สู่ระดับแลนด์มาร์ก เมืองหลักอย่างเซี่ยงไฮ้…
-

เปิดมุมมอง FTA ไทย-จีน ทิศทางการค้าและการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย
•
FTA ไทย-จีน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดอุปสรรคทางการค้าและเพิ่มความได้เปรียบด้านภาษีให้ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการกระจายความเสี่ยงและขยายฐานตลาดของไทย โดยยังคงรักษาความมั่นคงของตลาดดั้งเดิมควบคู่กันไป ปัจจุบันไทยกำลังก้าวเดินเชิงรุกเพื่อขยายเครือข่ายความร่วมมือทางการค้าในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะการผลักดัน FTA ฉบับใหม่กับสหภาพยุโรปและเกาหลีใต้ พร้อมทั้งเดินหน้าเจรจากรอบการค้ากับตลาดศักยภาพใหม่ตามนโยบายเร่งรัดของรัฐบาล ความเคลื่อนไหวเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้เศรษฐกิจไทยสามารถรองรับความผันผวนในเวทีการค้าโลก คงบทบาทของประเทศในห่วงโซ่การผลิต และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้มากขึ้น ดังนั้น FTA จึงเป็นได้ทั้ง “เกราะป้องกัน” และ “กุญแจสู่ตลาดใหม่” ที่เสริมพลังให้ผู้ประกอบการไทยเดินหน้าได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ซึ่งบทบาทเหล่านี้ยิ่งเห็นเด่นชัดเมื่อมองผ่านความเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างไทยและจีนในปัจจุบัน ไทยและจีนมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้น โดยไทยส่งออกสินค้าหลากหลายไปยังตลาดจีน ทั้งผลไม้สดและแปรรูป ผลิตภัณฑ์ยาง คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และยางพารา ซึ่งเป็นหมวดสินค้าสำคัญที่มีบทบาทต่อรายได้ของประเทศอย่างต่อเนื่อง ความเข้มแข็งของสินค้าส่งออกเหล่านี้สะท้อนความสำคัญของตลาดจีนต่อผู้ประกอบการไทย และชี้ให้เห็นว่าการยกระดับความตกลงทางการค้า เช่น ACFTA 3.0 สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมศักยภาพการแข่งขันได้โดยตรง ในทางกลับกัน ไทยนำเข้าสินค้าที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคการผลิตจากจีน เช่น เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เคมีภัณฑ์ รวมถึงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง สินค้ากลุ่มนี้ช่วยเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมไทยและเป็นพื้นฐานของการผลิตในหลากหลายภาคส่วน การพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากจีนในระดับสูงนี้ยิ่งทำให้ความร่วมมือทางการค้าและความทันสมัยของ ACFTA 3.0 มีความสำคัญต่อไทยมากขึ้น ทั้งในแง่การลดต้นทุน…
-

ศูนย์ข้อมูลจีนฯ ร่วมต้อนรับเอกอัครราชทูตจีนเยือนขอนแก่น เดินหน้าหารือความร่วมมือการค้า–การลงทุนไทย–จีน
•
ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ดร. วัชรพล ศิริสุวิไล ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลจีนเพื่อพัฒนาธุรกิจและการลงทุน นำทีมเข้าร่วมให้การต้อนรับฯพณฯ จาง เจี้ยนเหว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมนาง หลิว หงเหมย กงสุลใหญ่ฯและคณะ เนื่องในโอกาสเดินทางมาเยือนจังหวัดขอนแก่น พร้อมร่วมประชุมหารือความร่วมมือทางการค้าไทยจีน ร่วมกับกับสภาอุตสาหกรรมขอนแก่น การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนาย ยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวต้อนรับอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย ดร. ทวีสันต์ วิชัยวงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ที่นำหัวหน้าส่วนราชการด้านเศรษฐกิจและภาคเอกชนร่วมเข้าประชุมอย่างคับคั่ง ประกอบด้วย นาย คมกริช ศาลาน้อย เกษตรจังหวัดขอนแก่น นาย ธงชัย เมืองสนธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น นาย สุรชัย สินประกอบ…
-

โอกาสทองของผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสจีน
•
เครื่องปรุงรสมีบทบาทสำคัญในการชูรสชาติและกลิ่นของอาหารให้ดียิ่งขึ้น จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งในครัวเรือนและร้านอาหารมักจะมีขวดเครื่องปรุงต่าง ๆ ให้เห็นอยู่เสมอ ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนไปยังภาพรวมของอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสในประเทศจีนที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก iiMedia Research ระบุว่า ในปี 2567 ตลาดเครื่องปรุงรสภาพรวมมีมูลค่าสูงถึง 687.1 พันล้านหยวน และตลาดเครื่องปรุงรสแบบสำเร็จรูปมีมูลค่า 52.2 พันล้านหยวน ด้วยระดับการบริโภคของชาวจีนที่ปรับตัวดีขึ้น จึงมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดรวมจะพุ่งทะยานแตะระดับ 1.0028 ล้านล้านหยวน และตลาดแบบสำเร็จรูปจะเติบโตเป็น 103.3 พันล้านหยวนภายในปี 2570 การเติบโตนี้สอดรับกับภาพรวมเศรษฐกิจจีนในช่วงเดือนเมษายน 2568 ที่มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัวขึ้นถึง 5.1% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของภาคธุรกิจจัดเลี้ยง (Catering Business) ที่ทำรายได้รวมไปถึง 4.16 แสนล้านหยวน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีรายได้ 1.23 แสนล้านหยวน เติบโตขึ้น 3.7% นักวิเคราะห์มองว่าแรงขับเคลื่อนนี้เกิดจากกำลังซื้อทางสังคมที่เพิ่มขึ้น ชาวจีนหันมาให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความสมดุลทางโภชนาการ ส่งผลให้ความต้องการในอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสขยายตัวตามไปด้วย เทรนด์สำคัญที่เกิดขึ้นคือกระแสการรักสุขภาพที่ต้องมาคู่กับความสะดวกสบาย พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้สร้างพลวัตใหม่ให้กับตลาด ด้านหนึ่งคือความตระหนักรู้เรื่องสุขภาพที่ทำให้ “ซีอิ๊วสูตรลดโซเดียมและเกลือต่ำ” กลายเป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่งในไตรมาสที่ 1…
-

RED Note (Xiaohongshu ) เปลี่ยนสโลแกน จากเดิม “Your Life Guide” เป็นสโลแกนใหม่ “Your Community of Life Interests”
•
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม Xiaohongshu ได้เปิดตัวการรีแบรนด์ครั้งใหม่ โดยเปลี่ยนสโลแกนเดิมในปี 2022 จาก “คู่มือชีวิตของคุณ” (Your Life Guide) เป็นสโลแกนใหม่ว่า “ชุมชนความสนใจในชีวิตของคุณ” (Your Community of Life Interests) นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แพลตฟอร์มนี้มีการรีแบรนด์ เดิมที Xiaohongshu เป็นที่รู้จักจากคำแนะนำเกี่ยวกับการช้อปปิ้งสินค้าข้ามพรมแดน แต่ได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาให้สอดคล้องกับผู้ใช้งาน ในปี 2014 แพลตฟอร์มเริ่มเป็นที่นิยมจากสโลแกน “ค้นหาของดีจากต่างประเทศ” (Find Great Things from Abroad) และต่อมาก็ใช้สโลแกนอื่นๆ เช่น “ชีวิตที่ดีขึ้นจากทั่วโลก” (A Better Life Around the World) และ “บันทึกชีวิตของฉัน” (Mark My Life) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบที่เน้นการค้นหาและการแนะนำ มาเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงมากขึ้นกับผู้ใช้ในเชิงไลฟ์สไตล์ Evan…
-
KKU ChIC ร่วมกับหอการค้าจังหวัดขอนแก่น มอบรางวัลการประกวดคลิปวิดีโอ “孔敬在哪儿?ขอนแก่นอยู่ที่ไหน?” ในงานตรุษจีนขอนแก่น 3 แผ่นดิน
•
วันที่ 25 มกราคม 2568 ศูนย์ข้อมูลจีนเพื่อพัฒนาธุรกิจและการลงทุน วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ได้มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดคลิปวิดีโอแนะนำจังหวัดขอนแก่นเป็นภาษาจีน ภายใต้หัวข้อ “孔敬在哪儿?ขอนแก่นอยู่ที่ไหน?” ณ งานตรุษจีนขอนแก่น 3 แผ่นดิน ณ ศาลหลักเมืองจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมและประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่นในระดับนานาชาติ ในงานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณชาญณรงค์ บุริสตระกูล ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น มอบรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศประเภทนักเรียน-นักศึกษา โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ น.สพ.ดร.ประวิทย์ บุตรอุดม รองคณบดีฝ่ายบริหารวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มข เป็นผู้มอบรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศประเภทประชาชน รวมถึง ดร.วัชรพล ศิริสุวิไล ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลจีนเพื่อพัฒนาธุรกิจและการลงทุน วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มข เป็นผู้มอบรางวัลชมเชยสำหรับทั้งสองประเภท การประกวดครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ใช้ทักษะด้านภาษาและความคิดสร้างสรรค์ ในการผลิตคลิปวิดีโอที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนและนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและการลงทุนในพื้นที่ งานตรุษจีนขอนแก่น 3 แผ่นดินครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างจังหวัดขอนแก่นและชุมชนชาวจีนที่เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น
-

โอกาสส่งออกเนื้อโคขุนตลาดจีน
•
ความต้องการในการบริโภคเนื้อโคในประเทศจีนมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอาจทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้เนื่องจากชาวจีนมีความชื่นชอบในการบริโภคเนื้อวัวเป็นอย่างมาก ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่าในปี 2566 ประเทศจีนมีกำลังการผลิตเนื้อวัว 7.53 ล้านตัน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.8 ทั้งนี้ปริมาณการบริโภคสูงถึง 10.27 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ซึ่งปัจจุบันชาวจีน Gen Z นิยมหันบริโภคเนื้อวัวเพื่อลดน้ำหนักซึ่งมีประโยชน์ทางโภชนาการสูงและร้านอาหารในประเทศจีนส่วนมากเป็นประเภทปิ้งย่าง ชาบู ที่มีส่วนประกอบเนื้อวัวเป็นหลัก สำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน ระบุว่า ปี 2566 ประเทศจีนมีการนำเข้าโคมีชีวิต จำนวน 147,661 ตัว คิดเป็นมูลค่ารวม 2,218.06 ล้านหยวน การนำเข้าส่วนใหญ่จะนำเข้าเนื้อวัวโคขุนเข้าสู่ทางมณฑลเลีบยชายฝั่งทะเลและเป็นมณฑลทางเศรษฐกิจของจีน โดยปี 2566 มณฑลที่นำเข้าเนื้อวัวที่มีปริมาณมากที่สุดในจีน ได้แก่มณฑลซานตง (477,070.1 ตัน) มณฑลกวางตุ้ง (463,411.6 ตัน) นครเทียนจิน (349,052.4 ตัน) นครเซี่ยงไฮ้ (298,448.7 ตัน)มณฑลเจียงซู…
-

สังคมที่เปลี่ยนไปกับธุรกิจทาสรักสัตว์เลี้ยงในจีน
•
ในยุคที่จีนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สำคัญ ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผู้สูงอายุจำนวนมากใช้ชีวิตโดยลำพังในบ้านที่ไร้เสียงของลูกหลาน พร้อมกันนั้น การแต่งงานในหมู่คนรุ่นใหม่กลับมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2013 ส่งผลให้อัตราการเป็นโสดของคนจีนเพิ่มขึ้นอย่างน่าจับตามอง เมื่อความเหงาและความเครียดกลายเป็นปัญหาหลักของคนรุ่นใหม่และผู้สูงวัยในจีน การเลี้ยงสัตว์จึงถูกมองว่าเป็นทางออกที่สมบูรณ์แบบ สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนคู่ใจ แต่ยังกลายเป็นสมาชิกในครอบครัวที่ช่วยสร้างความสุขและเติมเต็มชีวิตประจำวัน ปัจจุบันจำนวนสัตว์เลี้ยงในจีน เช่น สุนัขและแมว เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี 2022 มีจำนวนสัตว์เลี้ยงถึง 116 ล้านตัว และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 3.7% ต่อปี แสดงถึงความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นในสังคมจีน ซึ่งอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในจีนเป็นตลาดมหาศาลที่กำลังเติบโต ตามข้อมูลรายงาน China’s Pet Industry White Paper 2023-2024 (Consumption Report) ปี 2023 จาก Petdata หน่วยงานภายใต้ the National Companion Animal (Pet) Standardization Technical…
-

โอกาส Organic ไทยกับกลุ่มคนรักสุขภาพในจีน
•
ปัจจุบันผู้คนให้ความใส่ใจในสุขภาพมากยิ่งขึ้น พฤติกรรมการเลือกสินค้าและบริโภคจึงเปลี่ยนไปตามความต้องการของผู้บริโภค เช่นเดียวกับในประเทศจีนการเลือกสินค้าบริโภคเพื่อสุขภาพนับว่าได้รับความสนใจจากชาวจีนเป็นอย่างมาก ความมั่นคงด้านอาหารสร้างความก้าวหน้าของนวัตกรรมอาหารและความต้องการบริโภคที่หลากหลายเพิ่มขึ้นมากทุกๆปี จึงเกิดกระแสการบริโภคอาหารอนาคตใหม่ในตลาดจีน ซึ่งอาหารออร์แกนิกถือเป็นหนึ่งในอาหารรูปใหม่ของตลาดจีน ข้อมูลจาก statista ระบุว่า ปี 2566 การเลือกซื้อสินค้าออร์แกนิกในประเทศจีนมีความถี่สูงถึง 67% สาเหตุหลักคือผู้บริโภคชาวจีนในประเทศจีน มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นและผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยของสินค้าออร์แกนิก และเชื่อว่าการบริโภคสินค้าออร์แกนิกนั้นดีต่อสภาพแวดล้อมธรรมชาติ การเลือกซื้อสินค้าบริโภคเพื่อสุขภาพอย่างสินค้าออร์แกนิกจึงเป็นสินค้าที่กำลังได้รับความสนใจจากชาวจีน โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่มีความแตกต่างของช่วงวัยและความสนใจที่หลากหลาย อาทิเช่น กลุ่มชนชั้นกลาง ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ครอบครัวที่ใส่ใจสุขภาพ กลุ่มผู้บริโภคที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ กลุ่มนักธุรกิจจากไต้หวันและฮ่องกง ข้าราชการ กลุ่มคนรุ่นใหม่ ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจีน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีรายได้สูงให้ความสำคัญกับราคาสินค้าออร์แกนิก โดยมีความเชื่อว่าอาหารที่มีประโยชน์เพื่อสุขภาพที่ราคาสูงจะต้องมีคุณภาพดี ซึ่งสินค้าออร์แกนิกยอดนิยมในจีน ได้แก่ เมล็ดถั่ว สิ่งทอต่างๆ ผักใบทุกชนิด ผลไม้ น้ำมันพืช ถั่ว ชา สมุนไพร อาหารแปรรูป เป็นต้น ข้อมูลปี 2566 สถิติจาก statista ระบุว่า ความสนใจในการเลือกสินค้าออร์แกนิกในประเทศจีน…
-

หลักสูตร “การจัดการการผลิตยุค 5.0 และโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ Supply Chain Senior Manager”
•
หลักสูตร “การจัดการการผลิตยุค 5.0และโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ Supply Chain Senior Manager” BUSINESS TRIP หลักสูตรการพัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการผลิตอัจฉริยะ และเครือข่ายโลจิสติกสําหรับผู้ประกอบการ Watch Video Business Trip ร่วมสำรวจและเดินทางดูงานในประเทศจีนเพื่อโอกาสในการลงทุนผ่านการเยี่ยมชมบริษัทชั้นนำสำหรับการเปิดประตูสู่ตลาดจีน Awareness สร้างความรู้ความเข้าใจเชิงลึกต่อการค้าการลงทุนในตลาดจีน Connecton เชื่อมโยงเครือข่ายในการขยายธุรกิจ https://chic.kku.ac.th/wp-content/uploads/2024/10/10031.mp4 จากห้องเรียนสู่การเรียนรู้จริงเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสประสบการณ์จริงและต่อยอดความรู้เพื่อการประยุกต์ใช้ในธุรกิจ หลังจากที่ได้เห็นระบบโลจิสติกส์ก็พอจะเห็นแนวทางในการต่อยอดธุรกิจได้ https://chic.kku.ac.th/wp-content/uploads/2024/10/91C86981-9283-4AED-B028-195407670C0D.mp4 Subscribe For New video https://youtu.be/0ZP08_alBPw?si=7zTM-KMCBeJDASGR
